กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัย 
รวบรวมโดย... กลุ่มงานวินัยและนิติกร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสระแก้ว เขต 1
สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ประจำเดือนตุลาคม  ..2551

กรณี ความผิดเกี่ยวกับการปกครองและการบังคับบัญชา

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการ  โดยไม่ส่งคะแนนการวัดผลตามกำหนด  ทำให้ไม่สามารถตัดสินผลการจบหลักสูตรได้

            นายชาติ  ไม่ได้ส่งคะแนนให้กับฝ่ายวัดผลตามกำหนดในวันที่ 8-11  มีนาคม  2536  แต่นายชาติมาส่งในวันที่  12  มีนาคม  2536  เพียงบางส่วนและได้นำมาส่งจนครบถ้วนเมื่อวันที่  19  มีนาคม  2536  จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถประกาศผลสอบได้ตามกำหนด  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดี      ตามมาตรา  83   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535     

ตัดเงินเดือน10%เป็น  เวลา 2 เดือน

2

เปิดเผยความลับของทางราชการ

              เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2535  สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอแห่งหนึ่งได้มีการประชุมพิจารณาความดีความชอบของข้าราชการครูในสังกัด  ประจำปีงบประมาณ  2536  ซึ่งนางสาวนิตเป็นกรรมการด้วยและได้เข้าร่วมประชุม  โดยนำเทปบันทึกเสียงเข้าอัดเสียงในการประชุม  ต่อมานางสาวนิตได้นำเทปบันทึกการประชุมไปเปิดเผยให้บุคคลอื่นทราบ  โดยยังมิได้มีการแจ้งบัญชี จ.18  ทำให้นายนาท ผู้อำนวยการโรงเรียน ล่วงรู้ความลับของทางราชการจากเทปดังกล่าวว่าตนเองไม่ได้รับการเสนอชื่อให้เลื่อนขั้นเงินเดือน     2 ขั้น  จึงร้องขอความเป็นธรรม  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีเปิดเผยความลับของทางราชการ  ตามมาตรา  87  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535     

ภาคทัณฑ์

3

ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับความเป็นข้าราชการครูหลายประการ  เช่น  นายบุญแต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อยมาปฏิบัติหน้าที่ราชการ  พูดจาก้าวร้าวและขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา

              นายบุญแต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อยมาปฏิบัติราชการที่โรงเรียนเป็นบางวัน  โดยนุ่งกางเกงยีนสวมเสื้อยืดและบางครั้งสวมใส่รองเท้าไม่ถูกแบบ  แต่เมื่อทราบว่าถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้แต่งกายสุภาพขึ้น  กรณีพูดจาก้าวร้าวผู้บังคับบัญชานั้น  นายบุญได้ยอมรับว่าได้กระทำจริง  กรณีมาปฏิบัติราชการสายและกลับก่อนเวลาเป็นประจำ  และทอดทิ้งหน้าที่ราชการ     

               

ตัดเงินเดือน

  5% เป็นเวลา 3 เดือน

 

 กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนตุลาคม  ..2551

กรณี ความผิดเกี่ยวกับการปกครองและการบังคับบัญชา(ต่อ) 

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

 

หลายครั้ง  โดยมาสายประมาณ  10.00 น.  เป็นประจำและกลับก่อนเวลาบ่อยครั้ง  และเมื่อมาถึงโรงเรียนแล้วไม่ค่อยสอนนักเรียน  ทำให้เด็กนักเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายบุญไม่ได้รับความรู้เท่าที่ควร  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา  และไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ  ตามมาตรา  88 วรรคหนึ่ง  และมาตรา  91 แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535      

 

4

อยู่เบื้องหลังในการยุยงให้ชาวบ้านขับไล่ผู้บังคับบัญชาและให้ผู้บังคับบัญชาเปลี่ยนคำสั่งย้ายตนเองไปโรงเรียนอื่น  ไม่สุภาพเรียบร้อยและไม่รักษาความสามัคคีในหมู่ราชการ 

            นายเอกมีแผนยุยงให้ชาวบ้านชุมนุมเดินขบวนขับไล่นายโทอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบี  เนื่องจากมีความขัดแย้งเป็นการส่วนตัวกับนายโท  ต่อมาสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษได้มีคำสั่งให้นายโทไปช่วยราชการที่สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมื่อวันที่  18  มีนาคม  2539  และให้นายตรีไปรักษาราชการตำแหน่งอาจารย์ใหญ่โรงเรียนบี  เมื่อนายตรีเดินทางไปรับตำแหน่ง  นายเอกได้พูดกับนายตรีว่า  ตนจะทูลเชิญสมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯ  เสด็จมาโรงเรียน  และต่อมานายเอกกับชาวบ้านได้ไปร้องเรียนต่อผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 22 ว่า โรงเรียนบีนำเงินที่สมเด็จพระเทพ-รัตนราชสุดาฯพระราชทานให้เป็นโครงการอาหารกลางวัน  เป็นเงินของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติจัดสรรให้แก่โรงเรียน  ภายหลังจากนั้นทางผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดได้มีคำสั่งให้นายเอกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่โรงเรียนอื่นภายในวันที่  8  พฤษภาคม  2538  นายเอกจึงชักนำให้ชาวบ้านใช้รถยนต์ปิดถนนเข้าออกโรงเรียนบี  เพื่อต่อรองให้ทางราชการระงับคำสั่งเปลี่ยนแปลงย้ายไปอยู่โรงเรียนอื่น   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่สุภาพเรียบร้อยและไม่รักษาความสามัคคีในหมู่ข้าราชการด้วยกันและกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว  ตาม  มาตรา  93 และ  มาตรา  98  วรรคหนึ่ง  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535       

ลดขั้นเงินเดือน     1  ขั้น

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมกราคม  ..2551

 

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

กรณีประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง(มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับศิษย์)

            นาย    ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ตำแหน่งครู             มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับศิษย์ในปกครองของตนในโรงเรียนที่ตนเองสอน  และเมื่อศิษย์ผู้นั้นจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6 ก็ยังมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวต่อกัน  ทำให้ครอบครัวแตกแยก   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณีล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา  ไม่ว่าอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ก็ตาม  ตามมาตรา  94  วรรคสอง  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  พ.ศ.2547 

ไล่ออก

จากราชการ

2

กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ  และไม่ปฏิบัติ   ตามระเบียบของทางราชการ

           นาง    ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี  6  ได้จัดทำฎีกาเบิกเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวเด็กโรงเรียนเอกชน  โดยให้นาง    เป็นผู้ลงลายมือชื่อในฐานะผู้เบิกเงินจากคลัง  และเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินสดร่วมกับ  นาง    ในนามของสำนักงานศึกษาธิการอำเภอ  ให้นาง    นำไปเบิกเงินสดจากธนาคารกรุงไทย  หลังจากนั้นได้นำเงินไปให้นาง    และนาง    ยืมไปชำระหนี้ให้กับคุรุสภา  โดยเงินอีกส่วนหนึ่งนาง    ได้เป็นผู้เก็บรักษาไว้เพื่อรอสมทบกับเงินที่ให้ยืมไปเมื่อไม่ได้รับเงินที่ให้ยืมคืน  จึงนำเงินที่เก็บรักษาไว้คืนให้กับทางโรงเรียนเอกชนพฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณีเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการไม่เป็นไปตามกฎหมายระเบียบแบบแผนของทางราชการ  ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ  ตามมาตรา  85  วรรคหนึ่ง  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535  อ.ก.ค.ศ.ลงโทษลดขั้นเงินเดือน  1  ขั้น  รายงานตามลำดับ  ก.ค.ศ.พิจารณาแล้วจึงมีมติแนะนำให้เพิ่มโทษนาง    เป็นไล่ออกจากราชการ 

ไล่ออกจากราชการ

 

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมกราคม  ..2551

(ต่อ) 

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

3

 

กรณี  ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 

            นาย    ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา  กระทำผิดวินัยในเรื่องถอนเงินงบประมาณของโรงเรียนที่ได้รับจัดสรรจากหน่วยงานต้นสังกัด  เป็นค่าวัสดุรายหัวนักเรียน  ออกมาทั้งหมด  แต่นำไปซื้อวัสดุครุภัณฑ์เพียงเล็กน้อย โดยมีหลักฐานทางการเงินให้ตรวจสอบไม่ครบถ้วน  อีกทั้งมีการปลอมลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเช็คของโรงเรียน   4  ฉบับ  และลายมือชื่อกรรมการตรวจรับวัสดุของโรงเรียน  จำนวน  2  ชุด  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณีทุจริตต่อหน้าที่ราชการ  ไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ  ตามมาตรา  84  วรรคสาม  มาตรา 85  วรรคสอง  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  พ.ศ.2547  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  ลงโทษปลดออกจากราชการ ก.ค.ศ.เพิ่มโทษเป็นไล่ออกจากราชการ

ไล่ออกจากราชการ

4

กรณีประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง(ถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก)

        นาย  จ ข้าราชการครู   ตำแหน่งครู  กระทำผิดวินัยในเรื่อง  ถูกศาลอุทธรณ์ภาคฯ  พิพากษาคดีถึงที่สุดว่ากระทำผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองและเสพแอมเฟตามีน  พิพากษาลงโทษรวมสองกระทง  ให้จำคุก  1  ปี  4  เดือน  และปรับ  20,000  บาท  โดยโทษจำคุกให้รอลงโทษไว้มีกำหนด  2  ปี  และให้คุมความประพฤติไว้ภายในเวลาดังกล่าว  โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ  ทุก  4  เดือนต่อครั้ง  ทุกครั้งที่ไปรายงานให้ตรวจปัสสาวะด้วย   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณีทำให้เสื่อมเสียต่อชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนและเป็นการกระทำอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง  ตามมาตรา  98 วรรคสอง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน   พ.ศ.2535   

ปลดออกจาก  ราชการ

 

 

 

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมกราคม  ..2551   (ต่อ) 

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

5

 

กรณี  ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญา

            นาย    ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา  ตำแหน่งครู       กระทำผิดวินัยในเรื่อง ถูกจับกุมดำเนินคดีอาญาและถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัด  ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุกว่าสิบสามปีแต่ไม่เกินสิบห้าปี  ซึ่งมิใช่ภริยาตนและเป็นศิษย์อยู่ในความปกครองดูแลของตน  จนถูกศาลจังหวัดพิพากษาว่ากระทำผิดตามฟ้องลงโทษจำคุก  12  ปี  ศาลอุทธรณ์ภาคฯ  และศาลฎีกาพิพากษายืน  คดีถึงที่สุด  นาย    หลบหนีการลงโทษตามคำพิพากษาและได้ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน  จนกระทั่งมีคำสั่งไล่ออกก็ยังไม่กลับมารับราชการ พฤติการณ์เป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามกฎ  ก.ค.ศ.ว่าด้วยความผิดปรากฏชัดแจ้ง  พ.ศ.2549  ข้อ  2(2)  ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณีประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง  และกรณีละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดย  จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ  ตามมาตรา  98  วรรคสอง  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535  มาตรา 87  วรรคสอง  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ.ศ.2547 

ไล่ออกจากราชการ

6

กรณี  ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน

        นาย  ก ข้าราชการครู   ตำแหน่งอาจารย์  2  กระทำผิดวินัยในเรื่อง  ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน  โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  และไม่กลับมารับราชการอีกเลย  และมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณี  ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน  โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  ตามมาตรา  92 วรรคสอง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน   พ.ศ.2535  อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา  มีมติให้ปลดออกจากราชการ  แล้วรายงานตามระเบียบฯ  ก.ค.ศ.    พิจารณาแล้วการลงโทษไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี  จึงมีมติให้  อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ทบทวนคำสั่งใหม่  อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาจึงมีมติแก้ไขคำสั่งเป็น  ไล่ออกจากราชการ

ไล่ออกจาก  ราชการ

 

 

 

 

 กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกุมภาพันธ์  ..2551

กรณีความผิดเกี่ยวกับการเล่นการพนัน

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

กรณีประพฤติชั่วไม่ร้ายแรง(เล่นไพ่รัมมี่กับชาวบ้าน)

            นาย  อ.  ข้าราชการครู  ตำแหน่งอาจารย์  2  ได้กระทำผิดทางวินัย    โดยนางนิ่มชาวบ้านผู้คุ้นเคยกับนาย  อ.ทราบข่าวว่านาย  อ.จะย้ายไปทำการสอนที่อื่น  จึงจัดเลี้ยงอาหารเย็นให้นาย  อ.และชาวบ้านของตน  เพื่อนบ้านได้ชวนนาย  อ.เล่นไพ่รัมมี่  โดยตกลงกันว่าผู้เล่นทุกคนต้องจ่ายคนละ  20  บาท  นำมาซื้อเครื่องดื่มสุรายาเมา  โดยไม่มีการพนันขันต่อกัน   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว      ตามมาตรา  98  วรรคหนึ่ง  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535 

ภาคทัณฑ์

2

กรณีประพฤติชั่วไม่ร้ายแรง(เข้าไปอยู่ในบริเวณที่มีการเล่นการพนัน             จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีอาญาในข้อหาเล่นการพนันไฮโล)

            นาง  น.  ข้าราชการครู  ตำแหน่งอาจารย์  2  ได้กระทำผิดทางวินัย    โดยมีการจัดงานบุญที่หมู่บ้าน  มีชาวบ้านได้จัดอาหารมาเลี้ยงแขกที่มาเที่ยว ในงานและร่วมรับประทานอาหารด้วย  หลังจากรับประทานอาหารแล้ว      นาง  น.ได้มาเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ใต้ถุนบ้าน  พอลงมาถึงเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจับกุมผู้เล่นการพนันไฮโล  ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด  ในที่สุดจับได้  5  คน  รวมทั้งนาง  น.ซึ่งยืนดูอยู่พร้อมเงินของกลาง  3  บาท  ผู้ถูกจับทั้ง  4  คน  ได้ยืนยันว่าพวกตนร่วมกันเล่นไฮโลจริงแต่นาง  น.ไม่ได้เล่นด้วย  ส่วนนาง  น.ได้ให้การปฏิเสธว่าตนมิได้เล่น  แต่ต้องการจะให้เรื่องเสร็จสิ้นโดยเร็วจึงได้รับสารภาพเพื่อให้ศาลพิพากษาปรับเรื่องจะได้ยุติ  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ตามมาตรา 98       วรรคหนึ่ง  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535 

ตัดเงินเดือน

10% 

2 เดือน

 

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกุมภาพันธ์  ..2551

กรณีความผิดเกี่ยวกับการเล่นการพนัน  (ต่อ) 

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

3

 

กรณีประพฤติชั่วไม่ร้ายแรง(ร่วมเล่นการพนันไพ่ป๊อกแปด-เก้า)

            นาง  ท. นาย  น. นาง  พ. และนาง  ท. ทั้ง  4  คน  เป็นข้าราชการครู  ตำแหน่ง อาจารย์  2  ได้กระทำผิดทางวินัย  โดยเวลาประมาณเที่ยงวัน              ที่ห้องพัสดุ   นักเรียนชั้น  ป.3  ป.5  และ  ป.6  หลายคนได้แอบดู  นาง  ท.    นาย  น. นาง  พ. และนาง  ท. ร่วมกันเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกัน  โดยแอบฟังเสียงและส่องดูที่ประตูห้องพัสดุบริเวณรูกุญแจ  หลังห้องพัสดุและหลังห้อง  ป.1  นักเรียนบางคนได้ยินเสียงสับไพ่  นาย  น.สับไพ่และจ่ายไพ่ที่หน้าตัก      มีธนบัตร  100  บาท  และ  20  บาท  วางอยู่หลายใบ  นาง ท.และนาง  พ.นั่ง หันหน้าเข้าหากัน  ส่วนนาง  ท.นอนอยู่โซฟา  ทุกคนต่างก็ถือไพ่อยู่ในมือและหันหน้าเข้าหากัน  เมื่อนาย  น.ทราบว่ามีนักเรียนแอบดูได้ตะโกนไล่นักเรียนให้ไปที่อื่น  และได้เปิดประตูแล้วเดินตามกันออกมาจากห้องพัสดุในวันถัดมานาย น. ได้เรียกเด็กหญิง  ด.ซึ่งกำลังเรียนอยู่ออกมาพบ  แล้วใช้ไม้ตีที่ศีรษะ     3  ครั้ง  เด็กหญิง  ด.ร้องไห้ไปบอกเพื่อนเพราะแอบไปดูครูเล่นไพ่  นอกจากนี้นาย  น.ยังใช้ปากกาหมึกแห้งตีศีรษะและก้นเด็กหญิง  ม. โดยไม่แจ้งเหตุผล พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่า    เป็นผู้ประพฤติชั่ว ตามมาตรา 98 วรรคหนึ่ง  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535 

ลดขั้นเงินเดือน

1  ขั้น

4

กรณีประพฤติชั่วไม่ร้ายแรง(สนับสนุนให้ลูกจ้างเล่นการพนันหวยหุ้น)

        นาง  อ. ข้าราชการครู   ตำแหน่งอาจารย์  2  กระทำผิดวินัย  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนาง  อ.ภายในบริเวณโรงเรียน  และนาง อ.ได้ให้การสารภาพต่อเจ้าพนักงานสอบสวนว่าตนเป็นผู้เดินโพยหวยหุ้นอันมีลักษณะคล้าย      การเล่นการพนันสลากกินรวบ  โดยนาง อ.รับแทงจากผู้เล่นจัดส่งให้แก่เจ้ามือ    อีกทอดหนึ่ง  ได้เปอร์เซ็นต์จากเจ้ามือร้อยละห้าบาทและเจ้าพนักงานสอบสวนได้นำนาง อ.พร้อมของกลางส่งฟ้องศาล  ซึ่งนาง อ.ได้รับสารภาพในชั้นศาล  ศาลแขวงได้พิพากษาลงโทษจำคุกนาง  อ. 3  เดือน  ปรับ  2,500  บาท  โทษจำคุกให้รอการลงอาญาไว้มีกำหนด  2  ปี  แต่การสอบสวนทางวินัยนาง อ.ชี้แจงว่าเหตุที่รับสารภาพก็เพราะถูกตำรวจหลอกว่าถ้ารับสารภาพแล้วโทษ   จะไม่หนัก  เพียงแต่โทษปรับเท่านั้น  และเมื่อสอบสวนลูกจ้างเป็นลูกจ้าง

ตัดเงินเดือน

5%

1 เดือน

 

 

 

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกุมภาพันธ์  ..2551

กรณีความผิดเกี่ยวกับการเล่นการพนัน  (ต่อ) 

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

 

 

ภายในร้านค้าเพื่อทราบว่าใบโพยหวยเป็นของผู้ใด  ปรากฏความจริงว่านางสุขซึ่งเคยมารับจ้างเป็นลูกจ้างในร้านค้าและได้ลืมทั้งเอาไว้  โยที่นาง  อ.ไม่เคย พบเห็นโพยหวยนั้นมาก่อน  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ตามมาตรา 98 วรรคหนึ่ง        แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535 

 

5

กรณีประพฤติชั่วไม่ร้ายแรง(เป็นเจ้าบ้านจัดให้มีการเล่นการพนันไพ่แปดเก้า)

            นาง จ.นาง ช.นาง ส. และนาง ศ. ทั้ง  4  คน  เป็นข้าราชการครู  ตำแหน่งอาจารย์  2  กระทำผิดวินัย  โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมชาวบ้านที่เล่นการพนันไพ่แปดเก้าเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต  ในห้องพักของนาง  จ. ที่บ้านพักครูได้ผู้ต้องหา  5  คน  โดยขณะเกิดเหตุ  นาง จ.นาง ช.นาง ส. และนาง ศ. กำลังรับประทานอาหารกันอยู่ในที่เกิดเหตุ  จึงถูกจับกุมและตั้งข้อหาว่าได้ร่วมกันเล่นการพนันไพ่แปดเก้า  ฟ้องต่อศาลด้วยรวม  9 คน  โดยจำเลยทั้ง  9  คน  ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นศาลจึงพิพากษาลงโทษ  จำคุกนาง  จ.  4  เดือน  ปรับ  4,000  บาท  โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด  2  ปี  และพิพากษาลงโทษปรับนาง  ช.นาง ส. และนาง ศ. คนละ  1,500  บาท    พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ตามมาตรา 98 วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535 

ลดขั้นเงินเดือน

คนละ

1 ขั้น

 

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมีนาคม  ..2551

กรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบพัสดุ  การจัดซื้อจัดจ้าง

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

การจัดซื้อโดยวิธีสอบราคา  

      โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์  โดยวิธีสอบราคา  คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา  ซึ่งมีนายลูกหินเป็นประธานกรรมการได้เปิดซองที่ห้องนายแก้ว  มีนายแก้วนั่งอยู่ด้วย  การเปิดซองปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดเทคโนเพชรบูรณ์เสนอราคาเกินวงเงินงบประมาณจึงถูกคัดออก  บริษัทคอมพิวเตอร์และติวเตอร์  จำกัด  เสนอราคา  430,000  บาท  ส่วนบริษัท  เอส  ที  เอสอินเตอร์  มาร์เก็ตติ้ง  จำกัด  เสนอราคา  568,000  บาท  เท่ากับวงเงินงบประมาณ  แต่พบว่าบริษัทคอมพิวเตอร์ฯ  เสนอโต๊ะวางคอมพิเตอร์และเครื่องพิมพ์มีขนาดเล็กกว่าที่โรงเรียนกำหนด  ส่วนบริษัท  เอส  ที  เอสอินเตอร์  มาร์เก็ตติ้ง  ในใบเสนอราคานั้นมีกรรมการบริษัทลงนามไม่ครบจำนวน  ตามหนังสือรับรอง    การจดทะเบียนนิติบุคคล  นายแก้วได้พูดว่าการลงชื่อในใบเสนอราคา  คนเดียวเป็นข้อหลงผิดเล็กน้อยไม่ใช่สาระสำคัญที่จะไม่รับพิจารณา  อีกทั้งคอมพิวเตอร์ของบริษัทดังกล่าว  ก็มีคุณภาพและการบริการหลังการขายดีกว่า  ไม่ปรากฏว่ามีเจตนาทุจริตแต่อย่างใด  และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ  ตามมาตรา  85  วรรคหนึ่ง  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535   

ภาคทัณฑ์

นายแก้ว

และ

ทำทัณฑ์บนนายลูกหิน

2

การประกวดราคา

            โรงเรียนได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียน  1  หลัง  ในวงเงิน 8,462,000  บาท  ปีงบประมาณ  2540  โรงเรียนดำเนินการประกวดราคาและผลเสนอให้เรียกห้างหุ้นส่วนจำกัด  ป.ก่อสร้าง  ผู้เสนอราคาต่ำสุดลำดับแรกมาทำสัญญาจ้าง  ต่อมาห้างหุ้นส่วน         ป.ก่อสร้าง  แจ้งทางโรงเรียนว่าไม่สามารถก่อสร้างให้ได้และขอซองประกันคืนเมื่อไม่ได้ทำสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด  ป. ก่อสร้างแล้ว  โรงเรียนก็ไม่เรียกผู้เสนอราคาต่ำสุดลำดับต่อมาจากห้างหุ้นส่วนจำกัด  ป.ก่อสร้าง  มาทำสัญญา  แต่ประกาศยกเลิกการประกวดราคาจ้างครั้งแรกเมื่อวันที่  20  มีนาคม 2540  โดยส่งประกาศนั้นไปยังสำนักงานสามัญศึกษาจังหวัด  สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาค  และศูนย์

ลดขั้นเงินเดือน

1  ขั้น

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมีนาคม  ..2551

กรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบพัสดุ  การจัดซื้อจัดจ้าง (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

 

รวมข่าวประกวดราคาของทางราชการเพียง  3  แห่ง  เท่านั้น  ในวันที่ 21 เม.ย.  2540 โรงเรียนประกาศประกวดราคาครั้งที่  2  วันที่  4  เม.ย.  2540  แต่ส่งประกาศดังกล่าวไปยังหน่วยงานเดียวกันกับที่ส่งประกาศยกเลิกการประกวดราคาจ้างครั้งแรก  ในวันที่  21  เม.ย.  2540  เช่นเดียวกัน      การประกวดราคาครั้งที่  2  โรงเรียนได้อนุมัติจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงทอง  ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดในราคาที่ต่อรองแล้วเป็นเงิน  8,450,000  บาท  แพงกว่าราคาที่ห้างหุ้นส่วน จำกัดแสงทอง  เคยเสนอในการประกวดราคาจ้างก่อสร้างครั้งแรกถึง  1,095,013  บาท  พฤติการณ์เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง   กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอุตสาหะเอาใจใส่  ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ  และกรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ  ตามมาตรา  84  วรรคหนึ่ง  และมาตรา  85  วรรคหนึ่ง   แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535       

 

3

เจ้าหน้าที่พัสดุไม่ส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคา

            นายสุเมธ  หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ  ไม่ได้ส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคาและเอกสารการสอบราคา  ไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง  หรือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามข้อ  41(1)  แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  พ.ศ.2535  และเป็นผู้ทำสัญญาซื้อขาย  โดยเป็นผู้ร่างและเป็นผู้พิมพ์  เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วได้ให้   นายมืดเป็นผู้ลงลายมือชื่อนายสว่างในฐานะผู้ขาย  โดยอ้างว่าไม่รู้จักนายมืดเข้าใจว่านายมืดคือนายสว่าง  เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายมืด  ทำให้ทางราชการต้องจ่ายเงินเกินกว่าความเป็นจริงอันไม่สมควรต้องจ่าย  พฤติการณ์เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง  ตามมาตรา  82  วรรคสอง  และมาตรา  84  วรรคหนึ่ง  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535  กรณีอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตนไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม  หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น  และกรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอุตสาหะเอาใจใส่  ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ  จึงลงโทษตัดเงินเดือน  5%      เป็นเวลา  3  เดือน

ตัดเงินเดือนนายสุเมธ 5%  เป็นเวลา  3 เดือน

ทำทัณฑ์บนนางใสซื่อ

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมีนาคม  ..2551

กรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบพัสดุ  การจัดซื้อจัดจ้าง (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

 

            สำหรับนางซื่อ  เจ้าหน้าที่พัสดุ  ไม่จัดส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคาและเอกสารสอบราคา  ไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงหรือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้มากที่สุดที่จะทำได้  สมควรลงโทษภาคทัณฑ์  แต่เนื่องจากเป็นกรณีกระทำผิดเล็กน้อย  และมีเหตุอันควรงดโทษตามมาตรา  100  วรรคสอง  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ.2535  เพราะเป็นการกระทำความผิดที่ไม่ได้เกิดจากความจงใจ  และเหตุที่เพิ่งจะมาทำหน้าที่ใหม่  ประกอบกับไม่เคยกระทำผิดวินัยมาก่อน  จึงให้งดโทษแล้วทำทัณฑ์บน         

 

4

เป็นประธานคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาแต่ประมาทเลินเล่อ

            นาย  อ. เป็นประธานคณะกรรมการจัดซื้อครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่โดยที่โรงเรียนมิได้กำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดซื้อ  ประกอบกับพัสดุที่บริษัทเสนอราคานั้นมิได้ระบุยี่ห้อและแคตตาล๊อก  และเป็นประธานคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาการจัดซื้อเครื่องดนตรีสากล  ซึ่งคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาสรุปว่ามีผู้ยื่นซองสอบราคาครั้งนี้  3  ราย     แต่เอกสารหลักฐานประกอบฎีกาเบิกจ่ายเงินมีเพียงหลักฐานเพียงรายเดียว     ไม่มีหลักฐานการยื่นซองของอีก  2  ราย  ในฐานะเป็นประธานสอบราคา       จึงควรใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการดำเนินการแต่หาได้ปฏิบัติ   เช่นนั้นไม่  พฤติการณ์  เป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติ          ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ  พ.ศ.2535  แต่มีครุภัณฑ์     ให้ตรวจนับและมีหมายเลขครุภัณฑ์ครบถ้วน  จึงไม่เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย  เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ  ตามมาตรา  85  วรรคหนึ่ง  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ  พลเรือน  พ.ศ.2535

ภาคทัณฑ์

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมีนาคม  .. 2552

กรณี ความผิดเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามระเบียบทางราชการ(เรื่องการลา)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

ขาดราชการติดต่อกัน 5 วัน  และยื่นใบลากิจย้อนหลัง  แต่ผู้บังคับบัญชาไม่อนุญาตการลากิจ

            นางสาวบี ได้รับคำสั่งให้เข้ารับการอบรมภาษาอังกฤษที่โรงเรียนในจังหวัดแห่งหนึ่ง  ระหว่างวันที่ 6-10 กรกฎาคม  2535  นางสาวบีไปรายงานตัวเข้าอบรม  ได้รับแจ้งว่าการอบรมได้เลื่อนออกไป  จึงเดินทางกลับที่พักในจังหวัดใกล้เคียง  โดยไม่ได้กลับไปรายงานให้โรงเรียนทราบและไม่ไปปฏิบัติราชการตั้งแต่วันที่ 6-10  กรกฎาคม  2535  ในวันที่ 13  กรกฎาคม  2535  กลับมาปฏิบัติราชการ  นางสาวบีได้ยื่นใบลาขออนุญาตลากิจย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 6-10  กรกฎาคม  2535  รวมเป็นเวลา 5 วัน  อ้างว่าไปติดต่องานวิทยานิพนธ์ที่มหาวิทยาลัย  ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วไม่อนุญาตการลา  เพราะไม่มีเหตุผลอันสมควร   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบและขนบธรรมเนียมของทางราชการและ  ละทิ้งหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา 91  และมาตรา 92  วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535      

ตัดเงินเดือน  10%         เป็นเวลา       2 เดือน

2

ไม่มาปฏิบัติราชการและลงเวลามาปฏิบัติราชการย้อนหลัง

              นายบุญมา ไม่ได้มาปฏิบัติราชการในวันที่  13-15  มกราคม  2536  วันที่ 26-29  มกราคม  2536  เมื่อมาปฏิบัติราชการแล้ว  ได้ลงเวลาปฏิบัติราชการย้อนหลังในวันดังกล่าว   ต่อมาในวันที่  8-11  กุมภาพันธ์  และ       วันที่  15-17  กุมภาพันธ์  2536   ก็ไม่มาปฏิบัติราชการอีก  และได้ลงเวลาปฏิบัติราชการย้อนหลังเช่นเดิม  นายบุญมาไม่ชี้แจงเหตุผล   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา , ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียนของทางราชการ  และละทิ้งหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา 90  มาตรา 91  และมาตรา 92 วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

 

 

 

ลดขั้นเงินเดือน      1 ขั้น

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมีนาคม  พ.ศ. 2552

กรณี ความผิดเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามระเบียบทางราชการ(เรื่องการลา)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

3

ลาศึกษาต่อแล้วไม่เอาใจใส่ในการเรียน  ไม่รายงานผลการเรียนให้ผู้บังคับ-บัญชาทราบ

              นายเบี้ยวได้รับอนุญาตให้ลาศึกษาต่อที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัด   แห่งหนึ่ง  มีกำหนด 2 ปี  แต่ไม่สามารถเรียนให้จบตามกำหนดเวลาตามหลักสูตร  และไม่รายงานผลการเรียนในแต่ละภาคเรียนให้ผู้บังคับบัญชาทราบ   ต่อมาได้รับอนุญาตให้ขยายเวลาศึกษาต่ออีก 1 ภาคเรียน  ในช่วงนี้นายเบี้ยวได้ยื่นคำร้องขอลงทะเบียน  แต่ไม่จ่ายเงินตามค่าลงทะเบียน  เมื่อถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยจึงนำเงินไปจ่ายค่าลงทะเบียน  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียนของทางราชการ   ตามมาตรา  91   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ตัดเงินเดือน 10%

เป็นเวลา       1 เดือน

4

ไม่เอาใจใส่งานทั่วไป  ปฏิบัติงานล่าช้า  ยื่นใบลากิจย้อนหลังโดยไม่มีเหตุพิเศษไปราชการโดยที่ผู้บังคับบัญชายังไม่ได้ลงนามอนุญาตในสมุดขออนุญาต

            นายไชย เมื่อลงเวลามาปฏิบัติราชการแล้ว  มักไปติดต่อตามหน่วยงานต่างๆ  ซึ่งนายไชยก็มีงานที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่างๆด้วย  เกี่ยวกับงานในหน้าที่โดยตรง  นายไชยปฏิบัติหน้าที่เป็นที่เรียบร้อย  แต่ถ้าเป็นงานทั่วไป  โดยเฉพาะงานในรูปคณะกรรมการ  นายไชยไม่ค่อยช่วยเหลือ     ไม่ค่อยเอาใจใส่เท่าที่ควร  รวมทั้งไม่ค่อยช่วยผ่านเรื่องคุมงานก่อนเสนอศึกษาธิการอำเภอ  การขออนุญาตไปราชการ ปกตินายไชยจะขออนุญาตไปราชการ  เมื่อนายอำเภออนุญาตแล้วจึงไปราชการ  มีเพียง 3 ครั้งที่ไปราชการแล้วมาทำเรื่องขออนุญาตย้อนหลัง  ในการลากิจ  ปกติแล้วนายไชยจะส่งใบลาก่อน  มีบางครั้งที่ส่งใบลากิจย้อนหลัง  โดยไม่มีเหตุผลจะอ้างได้  คือการลากิจเมื่อวันที่ 19  ธันวาคม  2538  ซึ่งขอลากิจวันที่  14-15  และ 18  ธันวาคม  2538  ผู้บังคับบัญชาไม่อนุญาตการลา  จึงเป็นการขาดราชการ  และนายไชยเคยได้รับมอบหมายให้ไปประชุมเกี่ยวกับการอุปสมบทพระภิกษุ 295 รูป  ไม่แจ้งผลการประชุมให้ศึกษาธิการอำเภอทราบ  ทำให้การรายงานผลไปยังผู้บังคับบัญชาเกิดความล่าช้า  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการ  ไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของ     

ตัดเงินเดือน

5%

เป็นเวลา

2 เดือน

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมีนาคม  .. 2552

กรณี ความผิดเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามระเบียบทางราชการ(เรื่องการลา)

 ( ต่อ )       

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

 

 

 

 

ทางราชการ  ไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ  และไม่รักษาชื่อเสียงของตน  และไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย   ตามมาตรา  83  มาตรา 91  มาตรา 92 วรรคหนึ่ง และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535

5

เป็นผู้บริหารโรงเรียนไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดี

              ในปีการศึกษา  2540  นายอิทธิพลมาโรงเรียนสายเป็นประจำ  ใน 1 สัปดาห์ จะมาปฏิบัติหน้าที่ราชการเพียง 2 หรือ 3 วัน  และใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนเพียง 30 นาที  หรือ 1 ชั่วโมง  แล้วออกไปจากโรงเรียนโดยไม่บอกกล่าวผู้ใด  และจะไม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการอีกเลย  นอกจากนี้วันใดที่ไม่มาโรงเรียน จะไม่ส่งใบลาโดยจะลงชื่อย้อนหลังในสมุดลงเวลาปฏิบัติราชการเป็นประจำ  เพราะนายอิทธิพลเป็นผู้เก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้  บางครั้งทำให้เกิดความผิดพลาดและการลงเอกสารมีความขัดแย้งกัน  เช่น  นายอิทธิพลยื่นใบลาป่วยในวันที่  9-27  มิถุนายน  2540  แต่ปรากฏว่า  ในสมุดลงเวลาและสมุด      หมายเหตุรายวันว่ามาปฏิบัติราชการวันที่ 16-27  มิถุนายน  2540  นอกจากนี้ยังไม่พัฒนาโรงเรียนให้เจริญก้าวหน้าทั้งด้านคุณภาพทางการศึกษาและด้านการบริหารงานบุคคล  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดี   ตามมาตรา  83   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ลดขั้น

เงินเดือน

1 ขั้น

  

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนเมษายน  .. 2552

กรณี ความผิดเกี่ยวกับการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

ไม่มาปฏิบัติหน้าที่ราชการเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่ติดต่อหรือแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

            ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2536  นางนวลได้ลาหยุดราชการบ่อยครั้ง  ต่อมาตั้งแต่วันที่  22 พฤศจิกายน  2536  นางนวลก็มิได้มาปฏิบัติราชการอีกเลย   โดยไม่ติดต่อหรือแจ้งให้โรงเรียนทราบ  จากการสืบสวนไม่มีใครทราบว่านางนวลอยู่ ณ ที่ใด   และนางนวลเป็นผู้มีหนี้สินมาก  จนเงินเดือนติดลบ  ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง   กรณีละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร   ตามมาตรา  92  วรรคสอง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535      

ไล่ออก     จากราชการ

2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสพสุราเป็นอาจิณ  มีอาการมึนเมาจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และเกิดอาการเจ็บป่วยจนทำให้ต้องลาป่วยบ่อยครั้ง  เมื่อกลับมาปฏิบัติราชการอยู่ในสภาพเมาทำการสอนไม่ได้

              นายปลาเสพสุราเป็นประจำ  เมื่อเสพแล้วจะมีอาการมึนเมาจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้  ทำให้เกิดการเจ็บป่วยต้องลาราชการบ่อยครั้ง  เมื่อทำการสอนจะอยู่ในสภาพมึนเมา  นักเรียนฟังไม่รู้เรื่องว่าสอนอะไร  เกิดปัญหาครอบครัวจนเกิดการหย่าร้างกัน  นอกจากนี้นายปลายังไม่มาปฏิบัติหน้าที่ราชการในวันที่ 4,7,8,9,11 และ 19  ธันวาคม  2535  เนื่องจากดื่มสุราจนไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ราชการได้   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง  และฐานละทิ้งหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา 92  วรรคหนึ่ง  และมาตรา 98 วรรคสอง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ปลดออก  จากราชการ

 

 กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนเมษายน  .ศ. 2552

กรณี ความผิดเกี่ยวกับการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

3

ขาดราชการติดต่อกัน 5 วัน  และยื่นใบลากิจย้อนหลัง  แต่ผู้บังคับบัญชาไม่อนุญาตการลากิจ

              นางสาวบี  ได้รับคำสั่งให้เข้ารับการอบรมภาษาอังกฤษที่โรงเรียนในจังหวัดแห่งหนึ่ง  ระหว่างวันที่ 6-10  กรกฎาคม  2535  นางสาวบีไปรายงานตัวเข้าอบรมได้รับแจ้งว่าการอบรมได้เลื่อนออกไป  จึงเดินทางกลับที่พักในจังหวัดใกล้เคียง  โดยไม่ได้กลับไปรายงานให้โรงเรียนทราบ  และไม่ไปปฏิบัติราชการตั้งแต่วันที่  6-10  กรกฎาคม  2535  ในวันที่ 13  กรกฎาคม  2535  รวมเป็นเวลา 5 วัน  อ้างว่าไปติดต่องานวิทยานิพนธ์ที่มหาวิทยาลัย  ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วไม่อนุญาตการลา  เพราะไม่มีเหตุผลอันสมควร  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการและละทิ้งหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา  91  และมาตร 92  วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ตัดเงินเดือน 10%

เป็นเวลา       2  เดือน

4

ลงเวลามาปฏิบัติราชการแล้ว  ไม่อยู่ปฏิบัติราชการ  ขาดราชการไปดื่มสุราจนมีอาการมึนเมา

            นายเสริมมาลงเวลาปฏิบัติราชการในวันที่ 20 และ 21  ธันวาคม  2536  แล้วไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ  และไม่มาปฏิบัติราชการในวันที่  22  ธันวาคม  2536  โดยไม่แจ้งเหตุผลให้ผู้บังคับบัญชาทราบ  ซึ่งจากการสอบสวนพยานบุคคลให้การตรงกันว่า  นายเสริมเสพสุรามึนเมาในวันดังกล่าว  จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีละทิ้งหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา  92  วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535      

ตัดเงินเดือน

10%

เป็นเวลา

2 เดือน

5

ละทิ้งหน้าที่คุมห้องสอบ

               เมื่อวันที่  22  กันยายน  2536   นายบัณฑิตมีหน้าที่ควบคุมห้องสอบที่ 324  ซึ่งสอบระหว่างเวลา  08.40 น. – 12.10 น. , 13.00 น. – 14.00 น. และระหว่างเวลา  15.10 น. – 15.40 น.  แต่นายบัณฑิตไม่อยู่ควบคุมห้องสอบซึ่งสอบวิชา  ช.016  ระหว่างเวลา  15.10 น. – 15.40 น.  โดยไม่แจ้งให้ฝ่ายวิชาการและวัดผลทราบ  ซึ่งนายบัณฑิตชี้แจงว่าตนเองสับสนในเรื่องการจัดตารางสอบพฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง   กรณีทอดทิ้งหน้าที่ราชการ     

ภาคทัณฑ์

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนเมษายน  .. 2552

กรณี ความผิดเกี่ยวกับการละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

 

ตามมาตรา  92 วรรคหนึ่ง แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535

 

6

ละทิ้งหน้าที่เวรยาม

              นางแสวงได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่เวรยามรักษาการณ์ในวันที่  10  พฤษภาคม  2535  ตั้งแต่เวลา  06.00 – 18.00 น.  ในวันดังกล่าวได้เกิดเพลิงไหม้โรงเรียน  เมื่อเวลาประมาณ 13.20 น.  ขณะเกิดเหตุนางแสวงเกิดอาการท้องร่วงต้องให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาล  แต่ไม่ได้แจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีทอดทิ้งหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา  92  วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ลดขั้น

เงินเดือน

1 ขั้น

7

ทอดทิ้งหน้าที่ราชการตั้งแต่เวลา  13.30 น. ถึง  15.00 น. เป็นเวลา  1 วัน

              เมื่อวันที่  12  กันยายน  2537  นายฝุ่นได้มาปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติ  ต่อมาเวลา  11.30 น.  นายฝุ่นได้ออกไปจากโรงเรียนโดยไม่ขออนุญาตผู้บังคับบัญชา   เมื่อกลับเข้ามาในโรงเรียนเวลาประมาณ 15.00 น.  นายฝุ่นอ้างว่าพาบุตรไปหาหมอ   แต่ครูใหญ่ไม่เชื่อเพราะเคยว่ากล่าวตักเตือนมาหลายครั้งแล้ว   เกี่ยวกับการไม่มาปฏิบัติหน้าที่บ่อยครั้ง    พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีทอดทิ้งหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา  92  วรรคหนึ่ง   แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535     

ภาคทัณฑ์

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนพฤษภาคม  .. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ
( เกี่ยวกับเรื่องการเงิน การบัญชี )

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

เบิกเงินงบประมาณของทางราชการไปแล้วนำเงินไปชำระหนี้ล่าช้าเกินกว่า    30 วัน  โดยไม่ขอขยายเวลาตามระเบียบการเงิน

            ข้อเท็จจริง  นางสีได้รับเงินค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์จากสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด  เป็นเช็คธนาคาร  จำนวน 8,107 บาท  แล้วนำไปเบิกเงินเมื่อวันที่  9  กันยายน  2535  เพื่อจ่ายแก่เจ้าหนี้ คือ ร้านสหกรณ์การประถม ศึกษาจังหวัด  และร้านดีพิมพ์ดีด  ปรากฏว่านางสีนำเงินไปชำระหนี้ให้ร้านสหกรณ์  วันที่  29  ตุลาคม  2535 และร้านดีพิมพ์ดีดเมื่อวันที่  30  ตุลาคม  2535  ล่าช้าเกินกว่า 30  วัน  นับแต่วันรับเงินตามระเบียบราชการกำหนด  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง   กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ   ตามมาตรา  85 วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535     

ตัดเงินเดือน

10%

เป็นเวลา

2 เดือน

2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตเงินทุนการศึกษามูลนิธิฟื้นฟูชนบท  ที่มอบให้นักเรียน จำนวน 4,800 บาท  โดยหลงลืมไม่นำเข้าบัญชี  เมื่อถูกทวงถามจึงได้นำเงินทั้งหมดคืนครบถ้วน

              ข้อเท็จจริง  เมื่อวันที่  7  มิถุนายน  2539  นายทองแดง ได้ไปรับมอบทุนการศึกษาจากมูลนิธิฟื้นฟูชนบทจำนวน 2 ทุนๆละ 2,400 บาท  รวมเป็นเงิน 4,800 บาท  ซึ่งมอบให้เด็กนักเรียน 2 คน  แล้วมิได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปเปิดบัญชีเงินฝากให้แก่เด็กนักเรียนทั้งสองแต่อย่างใด  อาจารย์ใหญ่จึงได้เรียก นายทองแดงมาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น  นายทองแดงได้รับว่าตนไปรับทุนจริง  แต่ไม่ได้นำไปเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร  เนื่องจากในช่วงดังกล่าวประสบปัญหาสุขภาพร่างกายและมีอาการเครียดจึงทำให้หลงลืม  อาจารย์ใหญ่ให้นำเงินมาคืน  นายทองแดงจึงนำเงินมาคืนแก่โรงเรียนหลังจากนั้นหลายเดือน   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ   ตามมาตรา  85 วรรคหนึ่ง      แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ตัดเงินเดือน

5%

เป็นเวลา

3 เดือน

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนพฤษภาคม  .ศ. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ
( เกี่ยวกับเรื่องการเงิน การบัญชี )
(ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

3

รับเงินค่าอาหารเสริม (นม) จากเจ้าหน้าที่การเงินโรงเรียน  แล้วไม่นำไปชำระหนี้ให้ร้านค้าในเวลาอันสมควร  เมื่อถูกทวงถามจึงนำไปชำระ 10,000 บาท  ส่วนที่เหลือขอผัดผ่อนกับทางร้านค้า  โดยจำนวนเงินที่ยังไม่ได้จ่ายนั้น  ได้สำรองจ่ายเป็นค่าวัสดุก่อสร้างรั้วคอนกรีตของโรงเรียน

              ข้อเท็จจริง  โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณด้านอาหารเสริม (นม)สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาเป็นเงิน  18,642 บาท  และระดับก่อนประถมศึกษาเป็นเงิน  21,120 บาท  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น  39,762 บาท  ทางโรงเรียนได้จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีตกลงราคาโดยมีร้านป่าคอนกรีตเป็นผู้เสนอราคา  และทางโรงเรียนได้จัดซื้อกับร้านป่าคอนกรีต  ทางร้านได้จัดส่งของให้ทางโรงเรียนจนครบตามจำนวน  สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอได้จ่ายเงินค่าอาหารเสริม (นม)  เรียบร้อยแล้ว  นายพลิ้วได้นำเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคารแล้วไม่นำเงินไปจ่ายให้กับทางร้านค้า  เมื่อร้านค้าทวงถามนายพลิ้วได้นำเงินไปจ่ายให้จำนวน 10,000 บาท  ส่วนเงินที่เหลือนายพลิ้วได้ขอผัดผ่อนกับทางร้านค้า  เนื่องจากเงินที่ค้างนายพริ้วได้นำไปสำรองจ่ายค่าวัสดุในการก่อสร้างรั้วคอนกรีตของโรงเรียน  ต่อมาร้านค้าได้ทวงถามเงินที่เหลือนายพริ้วจึงได้รวบรวมเงินที่ชาวบ้านบริจาคสร้างรั้วให้โรงเรียนได้จนครบไปจ่ายให้กับทางร้านค้าเรียบร้อย  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ   ตามมาตรา  85 วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ลดขั้น

เงินเดือน

1  ขั้น

4

เบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนครูประจำกลุ่มไม่ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ

            ข้อเท็จจริง  ในภาคเรียนที่ 2/2539  ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2539 – เมษายน 2540  นายสุวรรณได้แต่งตั้งให้นางสาวลักษณ์เป็นครูประจำกลุ่มนักศึกษาสายสามัญวิธีเรียนทางไกลระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  แต่ปรากฏว่านางสาวลักษณ์ได้ล้มป่วย ไม่สามารถมาทำการสอนประจำกลุ่มได้  และไม่มีการสอนและพบกลุ่มในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2539  นางสาวลักษณ์จึงขอลาออกจากการเป็นครูประจำกลุ่ม  นายสุวรรณจึงต้องหาครูประจำกลุ่มดังกล่าวแทน  ต่อมาได้นำกลุ่มนักศึกษาของนางสาวลักษณ์ไปรวมกับ

ตัดเงินเดือน

5%

เป็นเวลา

3 เดือน

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนพฤษภาคม  พ.ศ. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของทางราชการ
( เกี่ยวกับเรื่องการเงิน การบัญชี ) (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

 

กลุ่มนักศึกษาของนางเดือนและกลุ่มของนางดาว  แล้วแบ่งหน้าที่กันสอนตามวิชาที่ตนถนัด  โดยมีการสอนจริง  ส่วนการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนก็เบิกจ่ายตามจำนวนนักศึกษาของแต่ละกลุ่มที่มีอยู่เดิมเต็มเวลา  ภายหลังเมื่อทราบว่าเป็นการผิดระเบียบ  จึงคืนเงินค่าตอบแทนที่รับไปในเดือนพฤศจิกายน –ธันวาคม  2539  ที่ไม่ได้มีการสอนคืนให้แก่ทางราชการ   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ   ตามมาตรา  85 วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

 

5

ร่วมลงนามกับเจ้าหน้าที่สภาตำบลจัดซื้อครุภัณฑ์ของสภาตำบล

            ข้อเท็จจริง  ปี 2539  ได้เกิดกรณีทุจริตขึ้นในสภาตำบลแห่งหนึ่ง  ปรากฏว่านางพิสมัย  ในฐานะเลขานุการสภาตำบลดังกล่าว  ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารการจัดซื้อครุภัณฑ์ ได้แก่ ทีวี ตู้เย็น วีดีโอ ตามฎีกาเบิกเงินที่ 21/2539 ลงวันที่  28  มีนาคม  2539  ในส่วนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง  โดยที่ในการจัดซื้อตลอดจนการจัดทำเอกสารการจัดซื้อเบิกจ่ายเงิน  นางพิสมัยมิได้ร่วมดำเนินการรู้เห็นด้วย  แต่ลงลายมือชื่อโดยมิได้ทำการตรวจสอบ ซึ่งการจัดซื้อเบิกจ่ายเงิน  ประธานสภาตำบลเป็นผู้ดำเนินการเอง  โดยพลการทั้งหมดและนำเอกสารไปให้ผู้เกี่ยวข้องลงลายมือชื่อ  แต่นางพิสมัยไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในการจัดซื้อหรือได้รับประโยชน์ที่มิควรได้แต่อย่างใด   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ   ตามมาตรา  85 วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  

ภาคทัณฑ์

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมิถุนายน  .. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับการเสพสุรา  การพนันและประพฤติตนไม่เหมาะสม      

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

พานักเรียน 5 คน  ไปรับประทานอาหารและดื่มสุรา  โดยตนเองเมาสุรา  ฟุบกับโต๊ะในร้านอาหาร

            ข้อเท็จจริง  เมื่อวันที่ 14  มีนาคม  2537  เวลาประมาณ 11.00 น.  นายมึนได้พานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  จำนวน 5 คน  เป็นนักเรียนชาย 4 คน  นักเรียนหญิง 1 คน  ไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารโดยสั่งอาหารและสุรา 2 แบน  มารับประทาน  จนเวลาประมาณ 12.00 น.  นายมึนได้ฟุบหลับอยู่กับโต๊ะอาหาร  โดยมีเด็กนักเรียนทั้ง 5 คน  นั่งอยู่ด้วย  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง   กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว   ตามมาตรา  98 วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535     

ตัดเงินเดือน

10%

เป็นเวลา

2 เดือน

2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสพสุรานอกเวลาราชการ  จนมึนเมาครองสติไม่ได้  และมุดเข้าไปในมุ้งของภรรยาผู้อื่น

              ข้อเท็จจริง  เมื่อวันที่  30  สิงหาคม  2537  เวลาประมาณ 18.00 น.  นายไก่ได้ไปดื่มสุราที่บ้านพักครู  และไปเคาะประตูห้องของนางจันทร์  ข้าราชการครูโรงเรียนเดียวกัน  แต่นางจันทร์ไม่เปิดประตู  นายไก่จึงกลับไปดื่มสุราต่อ  แล้วจึงเดินทางกลับบ้านเมื่อเวลา 20.00 น.  ในเวลา 21.30 น.  นายไก่ได้ไปบ้านนายสุก  เพื่อขอให้ซ่อมรถให้  นายไก่ได้เปิดมุ้งที่ภรรยา  ลูกสาวและหลานของนายสุกนอนอยู่  แต่ไม่ได้ทำอะไร พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว      ตามมาตรา  85 วรรคหนึ่ง      แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535

ตัดเงินเดือน

10%

เป็นเวลา

2 เดือน

3

เมาสุราแล้วเป็นเหตุให้ละทิ้งหน้าที่ราชการและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในที่ชุมนุมชน

              ข้อเท็จจริง  เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2537  นายดาวได้ไปร่วมรับประทานอาหารกับข้าราชการคนอื่นๆ  เมื่อมีอาการเมาก็พูดเสียงดัง แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเป็นที่รำคาญแก่คนอื่น และได้ละทิ้งราชการรวม 11 วัน  และ 16 วัน  รวม 2 ครั้ง  ดื่มสุราในหมู่บ้านจนครองสติไม่อยู่   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง  กรณีละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  ตามมาตรา 98 วรรคสอง      แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  

ไล่ออก

จากราชการ

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมิถุนายน  .. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับการเสพสุรา  การพนันและประพฤติตนไม่เหมาะสม      

(ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

4

เข้าไปอยู่ในบริเวณที่มีการเล่นการพนันจนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม  ดำเนินคดีอาญาในข้อหาเล่นการพนันไฮโล

              ข้อเท็จจริง  เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2538  มีการจัดงานบุญที่หมู่บ้าน  มีชาวบ้านได้จัดอาหารมาเลี้ยงแขกที่มาเที่ยวงาน  นางนิภาได้มาเที่ยวงานและร่วมรับประทานอาหารด้วย  หลังจากรับประทานอาหารแล้ว  นางนิภาได้ลงมาเข้าห้องน้ำซึ่งอยู่ใต้ถุนบ้าน  พอลงมาถึงเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจับกุมผู้เล่นการพนันไฮโล  ต่างคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด  ในที่สุดจับได้ 5 คน  รวมทั้งนางนิภา  ซึ่งยืนดูอยู่ด้วยพร้อมเงินของกลาง 3 บาท  ผู้ถูกจับทั้ง 4 คน  ได้ยืนยันว่าพวกตนร่วมกันเล่นไฮโลจริง  แต่นางนิภาไม่ได้เล่นด้วย  ส่วนนางนิภาได้ให้การปฏิเสธว่าตนตนมิได้เล่น  แต่ต้องการจะให้เรื่องเสร็จสิ้นโดยเร็ว  จึงได้รับสารภาพเพื่อให้ศาลพิพากษาปรับเรื่องจะได้ยุติ  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว   ตามมาตรา  98 วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ตัดเงินเดือน

10%

เป็นเวลา

2 เดือน

5

เมาสุรา กระทำอนาจารและทำร้ายร่างกายนักศึกษาฝึกสอนในร้านอาหาร

            ข้อเท็จจริง  เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2534  เวลาประมาณ 20.00 น.  นายบ่นกับภารโรงและชาวบ้าน 2-3 คน  นั่งดื่มเบียร์กันอยู่ที่ร้านอาหาร  นางสาวน้อยกับนายแสงได้ขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้ออาหารในร้านดังกล่าว  ได้รับเชิญให้นั่งดื่มร่วมวงกับนายบ่นที่ร้านอาหาร  นางสาวน้อยนั่งอยู่ใกล้กับนายบ่น  นายบ่นได้กระทำอนาจารนางสาวน้อยโดยโอบกอด  ขณะนายแสงไปเข้าห้องน้ำและจับมือจับแขนนางสาวน้อย  ทำให้นางสาวน้อยขอตัวกลับ  เมื่อนายแสงเดินกลับมาจากห้องน้ำ  ในขณะเดินมาขึ้นมอเตอร์ไซค์ นายบ่นบอกให้นายแสงกลับไปก่อน  ในขณะที่นายแสงสตาร์ทเครื่อง  นายบ่นได้เดินเข้าไปตบหน้านายแสงหลายครั้ง  พอดีมีเพื่อนครูมาห้ามไว้  นายแสงกับนางสาวน้อยพากันขึ้นรถมอเตอร์ไซค์กับที่พัก   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว   ตามมาตรา  98 วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ตัดเงินเดือน

5%

เป็นเวลา

2 เดือน

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนมิถุนายน  .. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับการเสพสุรา  การพนันและประพฤติตนไม่เหมาะสม      

(ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

6

ประพฤติตนไม่เหมาะสมไม่เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการครู  โดยการพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ  และทะเลาะวิวาทกับพนักงานขับรถและกระเป๋าทีวิ่งรับส่งนักเรียน

            ข้อเท็จจริง  เมื่อวันที่ 15  กันยายน  2538  เวลาประมาณ 07.00 น.  นายละเอียดได้ขับรถยนต์แซงขึ้นด้านซ้ายของรถโดยสารรับส่งนักเรียนที่จอดรอรถเลี้ยวบริเวณทางแยกหมู่บ้านเมืองทอง2  โครงการ 3  ถนนกรุงเทพกรีฑา  ขณะแล่นผ่านล้อรถของนายละเอียดได้ตกหลุมทำให้น้ำกระเด็นถูกกระเป๋ารถโดยสารนักเรียน  กระเป๋ารถจึงตะโกนด่านายละเอียด  นายละเอียดจึงหยุดรถจอดขวางหน้ารถคู่กรณี  แล้วลงจากรถพร้อมอาวุธปืน  เดินมายังรถคู่กรณีและได้ต่อว่ากระเป๋ารถ  พนักงานขับรถเห็นจึงได้ยกมือไหว้ขอโทษ  หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างได้แยกย้ายขับรถมุ่งสู่โรงเรียน  เมื่อถึงโรงเรียน  นายละเอียดได้ดักรอพบคู่กรณี  เมื่อรถคู่กรณีมาถึงนายละเอียดได้ทะเลาะวิวาทกับกระเป๋ารถและพนักงานขับรถคู่กรณีอีก  จนถึงขั้นชกต่อยทำร้ายร่างกายกัน  โดยนายละเอียดได้ชักอาวุธปืนออกมาเพื่อขู่คู่กรณีและใช้ด้ามปืนตีศีรษะพนักงานขับรถ  คู่กรณีจึงได้กอดปล้ำเพื่อแย่งอาวุธปืน  จนเป็นเหตุให้ปืนลั่นถูกนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน  สำหรับค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากบาดเจ็บนายละเอียดเป็นผู้ชดใช้ให้ทั้งหมด  ปัจจุบันนักเรียนทั้งสองได้หายเป็นปกติแล้ว  และผู้ปกครองของนักเรียนไมติดใจเอาความแก่นายละเอียดแต่ประการใด  ในด้านคดีอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 9 เดือน ปรับ 6,000 บาท  โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี  โดยให้ควบคุมความประพฤติ 1 ปี   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว   ตามมาตรา  98 วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ตัดเงินเดือน

5%

เป็นเวลา

2 เดือน

 กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกรกฎาคม  .. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับการไม่รักษาความสามัคคี

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

นางสาวศราได้ร้องเรียนกล่าวโทษนายมาว่าปลุกปล้ำตน  ทั้งที่ไม่เป็นความจริง  เพื่อให้ตนได้ย้าย

            ข้อเท็จจริง  นางสาวศรา  ได้ทำหนังสือร้องเรียนว่า นายมาได้ทำการกอดตน  ในขณะที่นายมานำชุดกีฬามาเก็บและถอยหลังมาชน  และหันหลังกลับมากอดจนตกใจและสะบัดหนี  ผู้บังคับบัญชาได้สั่งตั้งกรรมการสอบสวนนายมาและนางสาวศรา  ภายหลังนางสาวศราได้ให้ถ้อยคำว่า  นายมามิได้กระทำการดังกล่าว  แต่เนื่องจากตนเกิดมีความชอบพอนายมา  ถึงมีครอบครัวแล้วก็ตาม  ตนจึงหาเหตุร้องเรียนเพื่อให้ถูกย้ายออกจากโรงเรียน  เพื่อให้ห่างจากนายมา  และนายมาให้การว่ามิได้กระทำดังกล่าว  ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วเห็นว่านายมาไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง   กรณีกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรม และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว   ตามมาตรา  95  และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535     

ภาคทัณฑ์

นางสาวศรา

และ

ยุติเรื่อง

นายมา

2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทะเลาะวิวาท  แสดงกิริยาไม่สุภาพเรียบร้อยซึ่งกันและกัน

              ข้อเท็จจริง  โรงเรียนได้มอบหมายให้นายก่อสร้างจัดทำเหล็กดัดติดหน้าต่างอาคารเรียนหลังใหม่ จำนวน 200 บาท  และแต่งตั้งนายทักท้วงเป็นผู้ตรวจรับงาน  ขณะติดตั้งแล้วเสร็จก็มีการส่งมอบงาน  นายทักท้วงไม่ยอมลงนามตรวจรับการจ้าง  โดยท้วงติงว่าโรงเรียนดำเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบว่าด้วยพัสดุ  เพราะไม่มีการประมูลงานและราคาอาจแพงไป  เป็นเหตุให้นายก่อสร้างไม่พอใจ  เดินเข้าไปผลักอกทำให้ศีรษะของนายทักท้วงกระแทกกับต้นหูกวาง  นายทักท้วงได้เป็นโจทก์ฟ้องนายก่อสร้าง  ศาลมีคำพิพากษาลงโทษปรับนายก่อสร้าง 1,000  บาท  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่สุภาพเรียบร้อย และไม่รักษาสามัคคีระหว่างข้าราชการด้วยกัน  และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว   ตามมาตรา  93  และมาตรา  98 วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ทำทัณฑ์บน

ทั้ง 2 ราย

 

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกรกฎาคม  พ.ศ. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับการไม่รักษาความสามัคคี

 (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

3

ใช้วาจาไม่สุภาพต่อผู้บังคับบัญชา

              ข้อเท็จจริง  นายอ่อนได้สั่งให้นางขาวไปตามนายโตมา  เพื่อสอบถามเกี่ยวกับการขออนุญาตไปราชการที่อำเภอเมือง  ได้รับรายงานว่าไม่พบตัว  นายโต จนกระทั่งเวลา 14.45 น.  นายโตได้เข้ามาหานายอ่อนแล้วใช้มือทุบโต๊ะ  และใช้ถ้อยคำว่า “ไอ้เหี้ย  ไอ้ห่า  ไอ้สัตว์  กูจะไปเยี่ยวก็ไม่ได้”  ต่อหน้านักเรียนหลายคน  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่สุภาพเรียบร้อย  ไม่รักสามัคคีระหว่างข้าราชการด้วยกัน   ตามมาตรา  93    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ตัดเงินเดือน

10%

เป็นเวลา

1 เดือน

4

พูดคำหยาบคายด่าว่านางแดงต่อหน้าเพื่อนครู  นักเรียน  และนักการภารโรง

            ข้อเท็จจริง  เมื่อวันที่  7  กันยายน  2537  นางหวานเดินทางไปหา     นางแดง  ข้าราชการครูโรงเรียนเดียวกัน  เพื่อสอบถามเรื่องที่นางแดงถูกทำร้ายร่างกาย  ซึ่งนางหวานรู้ข่าวมาจากอดีตสามีของนางแดงว่าสาเหตุมาจาก       นางหวานมีส่วนรู้เห็น  ทั้งสองได้พูดจาโต้เถียงกัน โดยนางหวานใช้คำว่า มึง  กู  และด่านางแดงว่าอีเปรตต่อหน้านักเรียน  เพื่อนครู  และนักการภารโรงพฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว  ตามมาตรา  98 วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการ-พลเรือน  พ.ศ. 2535 

ภาคทัณฑ์

5

โต้เถียงและทำหนังสือร้องเรียนกล่าวหาซึ่งกันและกัน

            ข้อเท็จจริง  นายอิน  ครูพละ  ต้องการนำนักเรียนไปแข่งกีฬาที่โรงเรียนอื่น  จึงขอยืมรถยนต์นางเลิศ  โดยให้นางเลิศขับรถส่งนักเรียนด้วย  แต่นางเลิศไม่ยินยอมอ้างว่าไม่ว่าง  และไม่ชำนาญเส้นทางทำให้นายอินไม่พอใจ  จึงนำเรื่องไปฟ้องนางสุขซึ่งสนิทสนมรักใคร่กับนายอินว่านางเลิศพูดพาดพิงนางสุข  นางสุขจึงทำหนังสือถึงอาจารย์ใหญ่  กล่าวหาว่านางเลิศพูดพาดพิงตนในทางเสียหาย  ต่อมานางเลิศได้ทำหนังสือว่านางสุขหาเรื่องตนโดยกล่าวหาว่า ขโมยผ้าขี้ริ้วไปไว้ในห้องเรียนของตนต่ออาจารย์ใหญ่เช่นกัน   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีไม่สุภาพเรียบร้อย  ไม่รักษาความสามัคคีระหว่างข้าราชการด้วยกัน   ตามมาตรา 93  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ภาคทัณฑ์

ทั้ง 2 ราย

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกรกฎาคม  พ.ศ. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับการไม่รักษาความสามัคคี

(ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

6

ทะเลาะวิวาทตบตีกันจนได้รับบาดเจ็บทั้ง  2  ฝ่าย

            ข้อเท็จจริง  นางนิดกับนางนิ่มไม่พอใจกันมาก่อนในเรื่องส่วนตัวและเรื่องราชการ ในวันเกิดเหตุ คือวันที่ 19 กันยายน 2537   เวลาประมาณ 16.10 น.  นางนิดกับนางนิ่มได้เถียงกันบริเวณชั้นล่างอาคาร 2 ของโรงเรียน  ได้ใช้กำลังทำร้ายกันจนมีคนอื่นมาแยกทั้งสองออกจากกัน   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว   ตามมาตรา    98 วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  

ภาคทัณฑ์

  

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนสิงหาคม  .. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับกรณีประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

ไม่ไปนิเทศการเรียนการสอนกลุ่มพัฒนาอาชีพที่ได้รับอนุมัติให้เปิดสอนในปีงบประมาณ 2536  ทำให้มีการดำเนินการจัดตั้งกลุ่มพัฒนาอาชีพ จำนวน 11 กลุ่ม  เป็นเท็จโดยไม่มีการสอนจริง

            ข้อเท็จจริง  นายทัศน์ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายการพัฒนาอาชีพของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ ปีงบประมาณ 2536 ให้มีการขออนุมัติจัดตั้งกลุ่มพัฒนาอาชีพ จำนวน 11 กลุ่ม โดยครูอาสาสมัครเสนอผ่านนายทัศน์ซึ่งเป็นผู้พิจารณาหลักฐานต่างๆ  แล้วเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนได้รับการอนุมัติให้เปิดสอนได้ และนายทัศน์ได้ยืมเงินของทางราชการถูกต้องตามระเบียบ แต่ปรากฏว่าไม่มีการเรียนการสอนจริงตามที่ได้รับอนุมัติ  นายทัศน์ในฐานะหัวหน้างานก็มิได้ติดตามดูแลนิเทศกลุ่มต่างๆว่ามีการเรียนการสอนจริงหรือไม่ จึงเชื่อว่ามีการเรียนการสอนจริง เป็นเหตุให้มีการทำหลักฐานเบิกค่าตอบแทนวิทยากรและค่าวัสดุจากทางราชการเป็นเท็จ  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง   กรณีไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอุตสาหะ เอาใจใส่ ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการและประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ  มาตรา 84 วรรคหนึ่ง   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535     

ตัดเงินเดือน

10%

เป็นเวลา

2 เดือน    และตั้งข้อสังเกตให้กรมการศึกษานอกโรงเรียน
ดำเนินการหาตัวผู้รับผิดทางแพ่ง

 

2

เป็นผู้ลงชื่อในฎีกาเบิกเงินในช่วงที่นางยาใจกระทำผิดทุจริตเงินจำนวน 129,310 บาท หมวดรายจ่ายเงินค่าตอบแทน โดยไม่ควบคุมกำกับดูแล ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุจริตเงินไป

              ข้อเท็จจริง  นางยาใจ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีได้ทุจริตเงินค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนโครงการอาหารกลางวันไป เมื่อมีการตรวจพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น นางยาใจได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาชดใช้คืนและจ่ายให้โรงเรียนที่ได้รับจัดสรรแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2537 จากการสอบสวนเชื่อว่าการทุจริตครั้งนี้เกิดจากเจ้าหน้าที่เองมิได้เกิดจากนายทองแถมและนายทองใบในฐานะผู้บังคับบัญชาทั้งสองแต่อย่างใด แต่ในฐานะผู้บังคับบัญชาควรใช้ความระมัดระวังในการควบคุมกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ในบังคับบัญชาอันเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ  ขณะนี้นางยาใจถูกลงโทษไล่ออกจากราชการแล้ว  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  

ตัดเงินเดือน

5%

เป็นเวลา

2 เดือน

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนสิงหาคม  พ.ศ. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับกรณีประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ

 (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

 

 

 

กรณีไม่เอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ   ตามมาตรา  84  วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

 

 

3

 

เป็นผู้บังคับบัญชาไม่ควบคุมดูแล เอาใจใส่ในการบริหารงานการเงินโรงเรียน

              ข้อเท็จจริง  เมื่อปี 2539 โรงเรียน ก ได้แต่งตั้งนายเอก นายโท และนายตรีเป็นเจ้าหน้าที่การเงินของโรงเรียนมีหน้าที่จัดทำเอกสารการเงิน เก็บรักษาเงิน และเบิกถอนเงินจากโรงเรียน โดยมีนายเอกเป็นหัวหน้าในการเบิกถอนเงินและมีลายมือชื่อกรรมการ2ใน3 ปรากฏว่าในระหว่างปิดภาคเรียน นายเอกได้หลอกลวงนายโท ซึ่งเก็บสมุดคู่ฝากเงินไว้จนนายโทหลงเชื่อมอบสมุดคู่ฝากเงินให้ไปจำนวน 4 เล่ม นายเอกได้ทำการปลอมลายมือชื่อของกรรมการร่วมแล้วเบิกถอนเงินจากธนาคารไปเป็นเงิน 576,800 บาท แล้วนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว  เมื่อเปิดภาคเรียนนายโทต้องการเบิกถอนเงินเพื่อมาทำกิจกรรมของโรงเรียน แต่ไม่สามารถเบิกถอนได้จึงรายงานให้นายจัตวาอาจารย์ใหญ่ทราบ และตรวจสอบยอดเงินจากธนาคาร พบว่ายอดเงินที่เหลือในบัญชีไม่ตรงกับยอดเงินในสมุดเงินสดของโรงเรียน เมื่อสอบถามนายเอก นายเอกจึงได้รับสารภาพว่าแอบถอนเงินดังกล่าวไปใช้ส่วนตัว ส่วนนายโทและนายตรีได้ลงลายมือชื่อในรายงานเงินคงเหลือประจำวันของโรงเรียน ระหว่างวันที่  21  พฤษภาคม  2540 ถึงวันที่ 1 กันยายน  2540  ว่ายอดเงินถูกต้องโดยไม่ตรวจสอบถึงความถูกต้องแท้จริง ทั้งๆที่นายเอกได้เบิกถอนเงินไปแล้ว  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ  ตามมาตรา  84  วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ว่ากล่าว

ตักเตือน

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนสิงหาคม  .ศ. 2552

กรณีความผิดเกี่ยวกับกรณีประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ

(ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

4

ใช้ให้เด็กนักเรียนเปิดประตูรั้วโรงเรียน เป็นเหตุให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตาย เนื่องจากประตูรั้วล้มทับ

              ข้อเท็จจริง  นายสุริยะได้ใช้ให้เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3  ช่วยกันเปิดประตูรั้วโรงเรียนซึ่งทำจากอัลลอยด์ แล้วนายสุริยะไปทำธุระที่อื่น มีเด็กนักเรียนหลายคนมาช่วยกันเปิดประตูรั้ว ปรากฏว่าประตูรั้วซึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่แข็งแรง ล้มทับเด็กนักเรียน เป็นเหตุให้เด็กนักเรียนเสียชีวิต 2 คน และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ภายหลังนายสุริยะได้มอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือครอบครัวของนักเรียนที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 300,000 บาท   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา 84  วรรคหนึ่ง  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ตัดเงินเดือน

5%

เป็นเวลา

2 เดือน

5

ประมาทเลินเล่อไม่ดูแลรักษาประตูรั้วอัลลอยด์ของโรงเรียนให้อยู่ในสภาพดี เป็นเหตุให้ประตูอัลลอยด์ซึ่งชำรุดล้มทับเด็กนักเรียนถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ

            ข้อเท็จจริง  นายมงคลซึ่งเป็นผู้บริหารโรงเรียนมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของอาคารสถานที่ ไม่จัดทำเครื่องป้องกันและไม่ดูแลรักษาประตูรั้วอัลลอยด์ของโรงเรียนให้อยู่ในสภาพดี ซึ่งตนอาจใช้ความระมัดระวังป้องกันได้ เป็นเหตุให้ประตูรั้วอัลลอยด์ของโรงเรียนซึ่งอยู่ในสภาพชำรุดล้มทับเด็กนักเรียนถึงแก่ความตาย 2 คน และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนสาเหตุเนื่องมาจากนายสุริยะ ข้าราชการครูในโรงเรียน ใช้ให้เด็กนักเรียนช่วยกันเปิดประตูรั้วโรงเรียน และตนเองไปทำธุระอื่น ไม่อยู่ควบคุมดูแล   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง  กรณีประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา    84 วรรคหนึ่ง    แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  

ภาคทัณฑ์

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกันยายน  .. 2552

กรณีหย่อนความสามารถในอันจะปฏิบัติหน้าที่ราชการตามมาตรา 115

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

1

ขาดราชการบ่อยครั้ง และบ่อยครั้งที่มาปฏิบัติหน้าที่ด้วยอาการมึนเมาปฏิบัติการสอนไม่เป็นไปตามหลักสูตร  ชอบนอนหลับในห้องเรียน  ไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนในปีงบประมาณ 2534-2537

            ข้อเท็จจริง  นายสมบัติได้ขาดราชการบ่อยครั้ง  และบ่อยครั้งที่มาปฏิบัติหน้าที่ด้วยอาการมึนเมาและมีกลิ่นสุรา  ปฏิบัติหน้าที่การสอนไม่เป็นไปตามหลักสูตร  พูดจาไม่สุภาพต่อนักเรียน  แต่งกายไม่เหมาะสมกับความเป็นครูและชอบนอนหลับในชั้นเรียนต่อหน้านักเรียน  ในปีงบประมาณ 2533   นายสมบัติไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเนื่องจากลาบ่อยครั้ง  ในปีงบประมาณ 2534 ไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเนื่องจากถูกดำเนินการทางวินัย ในปี 2535 ไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเนื่องจากลาบ่อยครั้ง  ในปี 2536 ไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเนื่องจากขาดราชการ และในปี 2537 ไม่ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนเนื่องจากถูกดำเนินการทางวินัย   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง   กรณีเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ   มาตรา  115   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535     

ให้ออก

จากราชการ

2

หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการของตน  โดยมาปฏิบัติราชการสายเป็นประจำ  บางครั้งลงเวลามาปฏิบัติราชการไว้ล่วงหน้า  และ    มักหายไปในช่วงบ่าย

              ข้อเท็จจริง  นายคณิตได้เข้ารับราชการที่โรงเรียน ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2519ระยะแรกนายคณิตตั้งใจสอนหนังสือและฝึกซ้อมกีฬาของโรงเรียน  ต่อมา  นายคณิตได้ลงทุนค้าขายขาดทุนเป็นเหตุให้นายคณิตมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก  ระหว่างที่ทำการค้าขาย นายคณิตจะมาปฏิบัติหน้าที่ราชการสายและกลับก่อนเวลาเสมอ ไม่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการ ผลสัมฤทธิ์ในวิชาที่ได้รับมอบหมายอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ในปีงบประมาณ 2534 และ2535  นายคณิตไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนเนื่องจากลาหลายครั้ง ผู้บังคับบัญชาเคยเรียกมาตักเตือนให้ปรับปรุงตัว และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แต่นายคณิตก็มิได้ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเคยว่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2534 และวันที่ 27 กรกฎาคม 2535 ในปีการศึกษา2536นายคณิตได้รับมอบหมายให้สอน

ให้ออก

จากราชการ

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกันยายน  พ.ศ. 2552

กรณีหย่อนความสามารถในอันจะปฏิบัติหน้าที่ราชการตามมาตรา 115

 (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

 

 

 

ในชั้นอนุบาล 2  แต่นายคณิตอ้างว่าไม่สามารถที่จะสอนในชั้นดังกล่าวได้ จึงปฏิเสธที่จะสอนนักเรียนปล่อยให้เด็กนักเรียนเล่นกันเองอยู่เสมอ อาจารย์ใหญ่ได้รายงานความประพฤติของนายคณิตให้หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอทราบ ดังนั้นหัวหน้าการศึกษาประถมอำเภอจึงได้มีหนังสือให้นายคณิตไปช่วยราชการที่โรงเรียนอื่น เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2536 แต่นายคณิตปฏิเสธการเดินทางไปช่วยราชการที่โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอก็อนุญาตให้ปฏิบัติราชการที่โรงเรียนเดิม และได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง แล้วลงโทษตัดเงินเดือน 10% เป็นเวลา 1 เดือน  ซึ่งภายหลังที่ถูกลงโทษทางวินัยแล้ว นายคณิตก็ยังประพฤติปฏิบัติตนเหมือนเดิม  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง   กรณีเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ   มาตรา  115  แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

 

 

3

 

หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ

              ข้อเท็จจริง  นายจั่นจะมาปฏิบัติราชการสัปดาห์ละ 2-3 วัน นอกนั้นจะลา ขาด ในการมาปฏิบัติราชการก็จะมาสายเป็นประจำ  จะมีอาการเมาสุรามาปฏิบัติราชการ  ไม่ตั้งใจสอน  ชอบนอนในห้องเรียน  ให้นักเรียนบีบนวดและถอนผมหงอกให้  ปล่อยให้เด็กๆเล่นในเวลาเรียน  ไม่ควบคุมนักเรียนเป็นเหตุให้เด็กนักเรียนส่งเสียงดังรบกวนห้องข้างเคียง  พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นมาตั้งแต่ปี 2537  และถูกลงโทษตัดเงินเดือนมาแล้ว 2 ครั้ง  แต่ไม่ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น  พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณีเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ  บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา  115   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ให้ออก

จากราชการ

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกันยายน  .ศ. 2552

กรณีหย่อนความสามารถในอันจะปฏิบัติหน้าที่ราชการตามมาตรา 115

 (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

4

มีเหตุอันควรสงสัยว่าหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการบกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับหน้าที่ราชการ  โดยมีอาการป่วยเป็นโรคจิตเวชจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้

              ข้อเท็จจริง  นางสาวมณีมีอาการทางจิตเวชตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมา โดยมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมา พิเคราะห์โรคว่าเป็นโรคทางจิตเวช ครั้งหลังสุดก็มีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลดังกล่าวว่า นางสาวมณีได้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2541 จนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2541 เนื่องจากป่วยเป็นโรคทางจิตเวช ในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ ผู้บังคับบัญชาได้มอบหมายงานให้ทำก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ บางครั้งเกิดอาการคลุ้มคลั่งถึงกับเคยใช้มีดไล่แทงผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน จนถูกลงโทษตัดเงินเดือนมาแล้ว  นางสาวมณีเป็นบุคคลที่มีอารมณ์ไม่ปกติ ชอบทะเลาะกับข้าราชการครูในโรงเรียนเป็นประจำ ปัจจุบันมีอาการทางจิตรุนแรงขึ้น ควบคุมสติไม่ได้ พูดจาหยาบคายลามกต่อหน้าเพื่อนครูและนักเรียน บางครั้งนั่งเหม่อลอย พนมมือขอพรพระเจ้า และรับประทานไส้เดือนเป็นๆขณะอยู่ในสภาพวิกลจริต   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณีเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 115   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ให้ออก

จากราชการ

5

เสพสุราและทอดทิ้งหน้าที่ราชการ

            ข้อเท็จจริง  นายศักดิ์  ดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียน ล  ในช่วงเช้าก่อนไปโรงเรียน นายศักดิ์จะแวะเข้าร้านค้าในหมู่บ้านนั่งดื่มสุราเป็นประจำ  บางวันเสพสุรามึนเมาครองสติไม่ได้ก็นอนหลับที่ร้านค้าหรือจะขับรถกลับบ้านเลย บางวันพอที่จะครองสติได้ก็เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ราชการ และได้ลงเวลามาปฏิบัติราชการย้อนหลัง เสพสุราและเมาสุราทั้งในและนอกเวลาราชการ มีผลทำให้ปฏิบัติราชการไม่เต็มที่และไม่สามารถสอนนักเรียนได้   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณีบกพร่องในหน้าที่ราชการและประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ   ตามมาตรา  115   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535  

ให้ออก

จากราชการ

กรณีตัวอย่างการกระทำผิดทางวินัยประจำเดือนกันยายน  .ศ. 2552

กรณีหย่อนความสามารถในอันจะปฏิบัติหน้าที่ราชการตามมาตรา 115

 (ต่อ)

ลำดับที่

พฤติการณ์

โทษ

6

บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

              ข้อเท็จจริง  นางสาวจันทร์มีพฤติกรรมผิดปกติจากบุคคลธรรมดาไม่เหมาะสมที่จะทำหน้าที่เป็นครูสอนนักเรียน พูดจาวกวนจับใจความไม่ได้ มีสมาธิในการทำงานช่วงเวลาสั้นๆ และไม่สามารถถ่ายทอดวิชาความรู้แก่นักเรียนได้ และมาปฏิบัติราชการสายบ่อยครั้ง และเมื่อสังเกตการสอน ปรากฏว่าควบคุมนักเรียนไม่ได้ พูดจาเพ้อเจ้อ ไม่มีสาระ เข้าสอนไม่ถึง 30 นาที ก็ทิ้งชั่วโมงสอน บางชั่วโมงไม่เข้าทำการสอนเลย ปฏิบัติงานธุรการไม่ได้ พูดไม่รู้เรื่อง มีอาการกลัวนักเรียนบางครั้ง   พฤติการณ์เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง  กรณีเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามมาตรา 115   แห่ง  พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2535 

ให้ออก

จากราชการ